สุดยอดวิธีxxxเพื่อให้กระปู๋ของคุณนั้นใหญ่ขึ้น

Posted On Apr 5 2016 by

หากคุณเป็นพวกกระปู๋เล็กแล้ว เวลาที่คิดอยากจะไป XXX กับสาวๆนั้น อาจจะกลายเป็นปมด้อยของคุณก็ได้ ดังนั้นเพื่อลบจัดด้อยของกระปู๋ของคุณที่มีขนาดเล็กเกิดพิกัด อย่างนี้ลองเปลี่ยนมาเป็นการใช้วิธีต่อไปนี้แทน รับรองว่า จะช่วยให้กระปู๋ของคุณใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว และช่วยให้คุณนั้นมีความมั่นใจในการxxxกับสาวๆที่มากขึ้นด้วยนะครับ หาหลอดสุญญากาศมาใช้ สิ่งแรกที่คุณจะต้องทำนั่นคือใช้อุปกรณ์ในการเพิ่มขนาดของกระปู๋ของคุณ โดยเฉพาะการใช้หลอดสุญญากาศ ที่สามารถช่วยให้คุณนั้นมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น และวิธีการใช้ก็ไม่ยุ่งยาก ขอให้หมั่นทำเป็นประจำทุกวัน เพียงเท่านี้แล้วคุณก็จะมีความมั่นใจในการxxxกับสาวๆเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วครับ


หนังxกับการเรียนหนังสือ ดูเป็นเสริมการเรียน

Posted On Apr 5 2016 by

ใครที่ต้องการดูหนังxแล้วต้องการให้หนังxนั้นเสริมการเรียนให้กับตัวของเราด้วยแล้ว ต้องอ่านวิธีการดูหนังxในบทความนี้ไปพร้อมๆกันนะคะ จะได้เป็นแนวทางในการวางแผนการดูหนังสือ โดยใช้หนังxเป็นแรงจูงใจในการดูหนังสือให้มากยิ่งๆขึ้นไปเรื่อยๆ สำหรับการดูหนังxเพื่อให้ตนเองมีเวลาในการดูหนังสือให้มากขึ้นให้ทำดังนี้ค่ะ ทำหนังxเป็นรางวัล อันดับแรกนั้นให้ทำเสมือนว่าหนังxนั้นเป็นรางวัลของเรานะคะ กล่าวคือ ให้เราตั้งเป้าหมายเลยว่าเราจะทำการดูหนังสือวันละ 1-2 ชั่วโมงก่อน จากนั้นเราจึงจะทำการเปิดหนังxออกมาดู โดยการทำแบบนี้นั้นช่วยให้ใครหลายๆคนสามารถที่จะทำการบ้านได้อย่างต่อเนื่องและยาวนานเลยทีเดียวค่ะ ลองทำดูนะคะ


สรรพคุณของมะขาม มีประโยชน์อย่างไร

Posted On Apr 5 2016 by
Tamarind Is A Popular Food Of Southeast Asia North Africa And In

สรรพคุณของมะขาม สำหรับสมุนไพรที่ผู้เขียนจะนำเสนอในฉบับนี้คือ  มะขาม  (เปียก)  ซึ่งสมุนไพรชนิดนี้หาได้ค่อนข้างง่ายมากในตลาด  หรือซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ  ซึ่งผู้อ่านบางท่านคงนึกไม่ถึงว่ามะขาม  (เปียก)  นี้เป็นสมุนไพรได้อย่างไร  มะขามเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่  มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Tamarindus  indica  Linn  เป็นพืชตระกูล  Caesalpiniaceae  ซึ่งพืชในตระกูนี้ที่คนไทยรู้จักต้นอื่นก็ได้แก่  ก้ามปู,  จามจุรี,  ชัยพฤกษ์,  ราชพฤกษ์  เป็นต้น  มะขามเป็นพืชที่คนไทยรู้จักกันดีและนำมาใช้ประโยชน์กันมาช้านาน  มะขามในรูปของมะขามเปียกที่มีขายยังนำมาใช้เป็นสมุนไพรได้อีกด้วย  โดยสรรพคุณของมะขามเปียกนี้เป็นที่ยอมรับมีอยู่หลายสรรพคุณด้วยกัน  สำหรับผู้ที่ท้องผูกเป็นประจำ  ถ้าได้ดื่มน้ำมะขามเปียกเป็นประจำอาการท้องผูกก็จะลดลง  เพราะว่าในเนื้อมะขามนั้นมีสาร  ประเภท  Antraquinone  ซึ่งใช้เป็นยาระบายได้  วิธีการทำน้ำมะขามนั้นก็ทำไม่ยาก  เพียงแต่เอามะขามเปียกไปต้มกับน้ำให้เดือด  จากนั้นก็กรองเอากากออก  (แต่อย่าเพิ่งทิ้งกากนะครับ  เพราะยังมีประโยชน์อีก)  เติมน้ำตาลและเกลือเล็กน้อย  ชิมรสชาดตามความพอใจ  แต่อาจไม่มีรสเปรี้ยวนำนะครับ  จะดื่มตอนร้อน  ๆ  หรือแช่ตู้เย็นดื่มเย็นๆ  ก็ได้  อาการท้องผูกเรื้อรังที่เป็นอยู่ก็จะมีอาการดีขึ้นนะครับ  สำหรับกากของมะขามเปียกที่กรองออกนั้น  เมื่อนำมาถูที่บริเวณแขนหรือขาทิ้งไว้สักครู่จากนั้นก็ให้ล้างน้ำออก  จะทำให้ผิวพรรณบริเวณแขนขาสวยและเนียนขึ้น  ซึ่งสรรพคุณอันนี้คงเป็นที่ชื่นชอบสำหรับคุณสุภาพสตรีทั้งหลายนะครับ อากาศของประเทศในแถบหนาวนั้นคงไม่เป็นที่ชื่นชอบสำหรับคนไทยเรานัก  อากาศหนาวแห้งที่ไรผิวของพวกเรามักจะแตกดังเปรี๊ยะเสมอๆ  และเป็นขุยด้วย  วิธีแก้ผิวแตกของคนไทยเราในสมัยก่อนนั้นก็ใช้มะขามเปียกนี่แหละครับ  เอามะขามเปียกมาใช้แทนสบู่เวลาอาบน้ำ  โดยถูไปถูมาให้ทั่วทั้งตัวรวมทั้งใบหน้าด้วย  ทิ้งไว้สักพักประมาณ  5  นาที  จากนั้นก็ล้างออก  จะให้ความรู้สึกที่ดี  สะอาดและสังเกตดูว่าผิวจะไม่แตกอีกเลยครับ  สำหรับผู้ที่กลัวการแพ้  ก่อนนำมาใช้จริง  ให้ลองเอามะขามเปียกมาลูบหรือถูไปมาบริเวณท้องหรือแขนเสียก่อน  ถ้ามีอาการแพ้จะเกิดรอยผื่นแดงขึ้น  ซึ่งจะไม่แนะนำให้ใช้เพราะแทนที่ผิวจะดีขึ้น  กลับอาจแย่ลงกว่าเดิมก็ได้ครับ สำหรับสรรพคุณต่อไปของมะขาม  (เปียก)  ก็คือ  แก้คลื่นไส้อาเจียน  และรวมไปถึงอาการแพ้ท้องของคุณสุภาพสตรีที่กำลังจะเป็นมารดาในอนาคตอีกด้วยครับ  วิธีการคือ  นำเอามะขามเปียกเฉพาะเนื้อปั้นขนาดหัวแม่มือประมาณ  3-4  ก้อน  ผสมน้ำแล้วคั้น  เอาน้ำออกมาต้ม  แล้วดื่มในขณะที่ยังอุ่นอยู่  โดยใช้วิธีการจิบจะดีกว่าดื่มครั้งเดียว  นอกจากนี้มะขามเปียกยังเป็นสมุนไพรที่นำมาใช้กับสุภาพสตรีที่ประจำเดือนไม่ปกติ  โดยนำเอาเนื้อมะขาม  (เปียก)  ละลายในน้ำร้อน  จากนั้นนำมาคั้นแล้วเติมเกลือและน้ำตาลพอรสดี  ดื่มวันละ  2-3  ครั้ง  ให้ดื่มก่อนประจำเดือนมาสัก  1  อาทิตย์ติดต่อกัน  จะทำให้ประจำเดือนมาตามปกติและจะทำให้ลดอาการปวดประจำเดือนอีกด้วย  เป็นอย่างไรบ้างครับ  สำหรับสมุนไพรมะขาม  (เปียก)  ที่ท่านผู้อ่านคงจะนึกไม่ถึงว่าจะมีสรรพคุณถึงเพียงนี้  ทั้งๆ  ที่เป็นของธรรมดาที่มีใช้ในครัวเรือนไทยมาช้านาน  สามารถที่จะหาซื้อมาใช้ได้ยากนัก  ของแบบนี้ไม่ลองก็ไม่รู้  ถ้าหากผู้อ่านอยากรู้ว่าเป็นจริงหรือไม่  …


จริงเหรอเรื่องโกหกกันแน่? คุณอาจตามใจทารกจนเสียนิสัยได้

Posted On Mar 30 2016 by
1414125763-b3-o

จริงเหรอเรื่องโกหกกันแน่? คุณอาจตามใจทารกจนเสียนิสัยได้ บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นตรงกันว่าคุณไม่สามารถตามใจเด็กทารกจนเสียนิสัยได้เด็กแรกเกิดต้องการความรักความห่วงใยและความเอาใจใส่มากที่สุดเท่าที่คุณได้เห็นแม้ว่าเด็กเด็กวัยกำลังซนอาจร้องไห้หรือแสดงออกมาในลักษณะเจ้ากี้เจ้าการให้คนทำตามที่พวกเขาต้องการแต่ทารกตัวน้อยไม่อาจทำอย่างนั้นได้เพราะเขาจึงร้องไห้เพราะต้องการอะไรบางอย่างและเนื่องจากนี่เป็นวิธีเดียวที่เค้าจะสามารถสื่อสารได้เรื่องนี้จึงเป็นความเชื่อผิดๆ อย่างไรก็ตามเมื่อทารกอายุได้หกเดือนถึงแปดเดือนพวกเขาจะเริ่มสำรวจความเป็นเหตุเป็นผลดังนั้นจึงสร้างความเชื่อมยงระหว่างการกระทำของพวกเขากับปฏิกิริยาที่ตอบโต้ของเค้าเมื่อถึงจุดหนึ่งคนจึงควรไตร่ตรองว่าควรตอบสนองความต้องการของโรคอย่างไรไม่ให้เสียเด็กจะดีกว่า ขอบคุณบทความจาก: คุณหมอฮะ! ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย ขอบคุณภาพจาก: pantip. com


วิธีทำให้คน “ไว้ใจคุณ”

Posted On Mar 28 2016 by
employee-trust

การทำให้คนไว้ใจคุณนั้นถือเป็นกุญแจสำคัญในการต่อรองให้ประสบความสำเร็จ ยิ่งคนที่เขาเชื่อมั่นในความจริงใจ ความซื้อสัตย์ และความน่าเชื่อถือของคุณมากเท่าไรคุณก็น่าจะมีโอกาสได้รับผลต่อรองที่ดีง่ายขึ้นเท่านั้น ในทางตรงข้าม ถ้าเขาคิดว่าคุณเป็นคนที่ไม่น่าไว้ใจแล้วละก็ คุณจะพบว่า แม้แต่การที่จะทำให้เขายอมรับข้อเสนอเล็กๆน้อยๆ ก็ดูจะเป็นเรื่องที่ยากเย็นเหลือเกิน ดังนั้นจึงควรคิดให้รอบคอบ เพราะถ้าคุณกำลังติดต่อกับคนที่คุณไม่ไว้วางใจ คุณก็คงจะทำไปแบบไม่ระมัดระวังตัวมาก และตกลงกันแบบไม่เต็มใจด้วยความกลัวว่าจะถูกหลอกลวง เมื่อพูดถึงการได้รับความไว้วางใจจากคนๆหนึ่งแล้วนั้น “การกระทำ” ย่อมจะสำคัญกว่า “คำพูด” ต่อไปนี้คือ 15 สิ่งที่จะทำให้คนเกิดความไว้วางใจในตัวคุณ 1.แสดงความสามารถของคุณออกมา ทำให้อีกฝ่ายแน่ใจว่าคุณมีทั้งความชำนาญและความมุ่งมั่นที่จะช่วยสนับสนุนคุณในการสร้างความไว้ใจให้เกิดขึ้นตลอดการต่อรองหรือเจรจานั้น 2.แน่ใจว่ากิริยาท่าทางที่สื่อออกมานั้นสัมพันธ์กับคำพูดของคุณ ความวสอดคล้องกันของเนื้อหาที่ “เป็นคำพูด” และ “ไม่เป็นคำพูด” จะช่วยสร้างให้เกิดความสัมพันธ์แบบไว้วางใจขึ้นได้ 3.รักษาภาพลักษณ์ของความเป็นมืออาชีพคนเรามักจะตัดสินคนจากภาพลักษณ์ที่เห็นภายนอก ไม่ว่าภาพนั้นจะผิดหรือถูกก็ตาม ภาพลักษณ์ที่ดูสะอาดเรียบร้อย มีความเป็นมืออาชีพ ถือเป็นเรื่องสำคัญ คุณสามารถจะเพิ่มภาพลักษณ์ของตัวคุณเองด้วยการใช้กิริยาท่าทางที่เหมาะสม เลือกใช้คำอย่างระมัดระวัง ใช้น้ำเสียงที่มั่นใจ ชัดถ้อยชัดคำ 4.สื่อให้เห็นเจตนาที่ดีของคุณ แม้ว่าไม่มีใครอดทนสต่อความผิดพลาดหรือความล้มเหลวที่เกิดขึ้นครั่งและครั่งเล่าได้ แต่คนส่วนมากจะอดทนได้นานมากขึ้นถ้าพวกเขารู้ว่าคนๆนั้นที่เจตนาที่ดี ดังนั้น จงเน้นย้ำว่าความต้องการและจุดมุ่งหมายของเขานั้นเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคุณ และคุณจะพยายามทุกวิถีทางที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้เกิดขึ้นตลอดไป 5.ทำตามคำพูด ในความสัมพันธ์ใดๆก็ตาม คุณจะสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้น ได้เมื่อคุณรักษาคำมั่นสัญญา และเคารพต่อข้อผูกพันของคุณ ถ้าคุณบอกคนซื้อว่าคุณจะลดราคาสินค้าให้ 5% ก็จงแน่ใจว่าคุณจะลดตามนั้น ทุกครั่งที่คุณให้คำสัญญา คุณทำให้เขารู้ว่าคุณเชื่อใจเขาได้ ว่าจะซื้อของกับคุณอีกหรือไม่ในอนาคต ถ้าคุณทำได้ตามที่พูดพวกเขาจะรับรู้ว่าคุณเป็นคนที่ไว้วางใจได้ 6.สร้างความสัมพันธ์ที่มากกว่าปกติ เมื่อเร็วๆนี้ พวกเราได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการเจรจาข้อตกลงอันหนึ่ง เนื่องจากข้อตกลงที่กำลังเจรจาต่อรองกันนั้นเป็นเรื่องที่เราไม่คุ้นเคย เราจึกถามอีกฝ่ายว่าเราจะข้อศึกษาเกี่ยวกับข้อตกลงอีกสักนิดได้หรือไม่ คำตอบของเขาคือ “ได้แน่นอน” แล้วเขาก็พูดต่อไปพวกเราอยากได้ตัวอย่างของคู่แข่งของเขาหรือไม่ เพื่อที่เราจะได้เปรียบเทียบกับสิ่งที่เขานำเสนอ เขาเปลียนความสัมพันธ์ธรรมดาให้ดียิ่งขึ้น โดยการนำเอาข้อตกลงเหล่านี้มาช่วยอธิบายให้เราเข้าใจ ทำให้เราวางใจในตัวเขามากยิ่งขึ้น 7.ฟัง การรับฟังความคิดเห็นของอีกฝ่ายหนึ่งอย่างตั้งใจ ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยหรือไม่ จะช่วยทำให้คุณมีโอกาสสร้างความไว้วางใจได้มากยิ่งขึ้น 8.ติดต่อสื่อสารให้มากกว่าปกติ โดยปกติแล้ว เมื่อการต่อรองเกิดปัญหาขึ้น ก็ทำให้แต่ละฝ่ายติดต่อสื่อสารกันน้อยลง จงอย่าย่อท้อกับปัญหานั้น ใช้การติดต่อสื่อสารที่จริงใจและเปิดกว้าง เพื่อสร้างความไว้วางใจ 9.พูดคุยกันในเรื่องที่ยังตกลงกันไม่ได้ การต่อรองหลายๆครั่งหรือความขัดแย้งมากมาย ย่อมมีประเด็นปัญหาที่ยากต่อการตัดการตัดสินใจ เรื่องค่าจ้าง ที่เป็นตัวอย่างหนึ่ง เมื่อลูกน้องพูดคุยเรื่องผลการทำงานของเจ้านาย พวกเขามักจะพบว่า การยกเอาเรื่องเงินเดือนขึ้นมาพูดนั้นทำได้ยาก ทั้งที่จริงๆแล้ว การพูดคุยปัญหาประเภทนี้แบบตรงไปตรงมาและให้เข้าใจกันเสียก่อนเรื่องอื่น จะช่วยสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและขจัดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต 10.ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ปราศจากภาวะซ่อนเร้น ในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่ายนั้น แต่ละฝ่ายจำเป็นต้องมีข้อมูลที่มากพอเพื่อการตัดสินที่ดี ซึ่งทำให้บรรลุจุดมุ่งหมายของทั้งสองฝ่ายได้ 11.จริงใจ เมื่อทั้งสองฝ่ายมีการตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งคิดจำนวนเงินผิดพลาดก็ให้บอกพวกเขา 12.อดทนและใจเย็น เพราะความอดทนก่อให้เกิดความไว้วางใจและการตัดสินใจที่ดียิ่งกว่า ดังนั้นจงอดทนและใจเย็น …


วิธีต่อรองกับคนที่ไม่น่าไว้ใจ

Posted On Mar 21 2016 by
negotiation

คุณอาจกล่าวว่าในทางทฤษฎี การสร้างความสัมพันธ์แบบไว้วางใจให้เกิดขึ้นเป็นความคิดที่วิเศษ แต่ถ้าคุณไว้ใจทุกคนที่คุณเจรจาต่อรองด้วยแล้วจะทำให้คนบางคนฉวยโอกาสจากคุณหรือไม่ถึงแม้ว่าจะมีบางคนที่หากินโดยการมุ่งไปที่จุดมุ่ฝหมายระยะสั้นแทนที่จะเป็นความสัมพันธ์ระยะยาวแต่ก็จัดว่าเป็นคนส่วนน้อยถ้าคุณคิดว่าคนที่คุณจะเจรจาต่อรองด้วยจะฉกฉวยผลประโยชน์จากคุณ เราขอสนับสนุนให้คุณหาทางออกด้วยการพูดคู่เจรจาใหม่ แทนที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับคนที่ไม่น่าคบ ถ้าคุณไม่มีทางเลือด เกราะป้องกัน 5ข้อต่อไปนี้อาจจะเป็นประโยชน์ต่อคุฯ 1. ต้องแน่ใจว่าข้อตกลงทุกข้อเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ สิ่งสำคัญคือคุณต้องทบทวนข้อตกลงต่างๆ เช่น ความพึงพอใจของลูกค้า ผู้เสนอราคาที่คุณเลือกได้ การซื้อในปริมาณมาก เป็นต้น 2. ต้องแน่ใจว่าข้อตกลงทุกข้อมีกำหนดเวลาที่แน่นอน การติดตั้งจะเสร็จสมบูรณ์เมื่อไร ถ้าสั่งซื้อสินค้าหรือบริการแล้ว จะได้รับสินค้าหรือจะเริ่มต้นให้บริการได้เมื่อไร 3. กำหนดค่าปรับสำหรับการไม่ทำตามข้อตกลงเข้าไปในสัญญา สัญญาจะเป็นโมฆะหรือเปล่า ผู้จัดส่งสินค้าจะหักเงิน 500 เหรียญออกจากราคาสินค้าเพื่อเป็นค่าปรับหรือไม่ 4. กำหนดสิ่งตอบแทนสำหรับผลงานที่ดีเพิ่มเข้าไปในสัญญา ถ้าทุกสิ่งเป็นไปตามแผนที่วางไว้ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ผู้ซื้อจะออกหนังสือรับรองผลงานที่ดีให้กับผู้ขายไว้ใช้อ้างอิงหรือไม่ 5. ตกลงกันต่อหน้าบุคคลที่สามซึ้งเป็นกลาง เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งใดๆ ก็ตามที่อาจเกิดขึ้นได้ ถ้ามีความขัดแย้งเกิดขึ้น แทนที่จะฟ้องร้องกัน ทั้งสองฝ่ายเห็นด้วยที่จะให้มีการประนีประนอมหรือชี้ขาดโดยบุคคลที่สามเพื่อแก้ปัญหาหรือไม่ จำไว้ว่า ประโยชน์ของความสัมพันธ์ที่สร้างขึ้นจากความไว้ใจนั้นมีค่าเกินกว่าจะมีสิ่งใดมาทดแทนได้และโอกาสที่คุณจะสร้างความสัมพันธ์แบบนี้ก็ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นบ่อยนัก ซึ่งคุณอาจจะต้องผิดหวังถ้าไม่ไขว่คว้าเอาไว้ เพราะคุณสามารถที่จะสร้างความสัมพันธ์แบบที่ดีร่วมกันทั้งสองฝ่ายที่ยั่งยืนได้จากความไว้ใจซึ่งกันและกัน ขอบคุณบทความจาก : 101กลวิธีไม่ให้เสียเปรียบคน www. drphot. com


จริงหรือไม่?คุณไม่มีทางท้อง เมื่อใช้วิธี “หลั่งข้างนอก”

Posted On Mar 8 2016 by
dreamstime_13526813-300x225

การสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดระหว่างอวัยวะเพศชายกับช่องคลอดอาจทำให้ทองได้นี่คือข้อสรุปที่แน่ชัดแม้คุณจะเลือกใช้วิธีหลังข้างนอกมันก็อาจจะช้าเกินไป ก่อนที่ผู้ชายจะหลังน้ำอสุจิหรือถึงจุดสุดยอดโดยปกติแล้วจะมียอดน้ำอสุจิอยู่ที่ปลายอวัยวะเพศหยุดน้ำอสุจิเหล่านี้ทำหน้าที่ในการหล่อลื่นและอาจมีอยู่ก่อนที่ผู้ชายจะรู้สึกว่าเกือบถึงจุดสุดยอดด้วยซ้ำน้ำอสุจิเพียงเดือนเดียวอันมีอสุจินับล้าน ตัวและการตั้งครรภ์ก็ต้องการอสุจิ เพียงแค่ตัวเดียวที่ว่าไปหาใครได้สำเร็จนอกจากนี้เวลาไม่กี่วินาทีก่อนจะถึงจุดสุดยอดนั้นไม่ใช่เวลาที่จะคาดการณ์ให้ใครตัดสินใจได้ดีและถอดออกมาทันเวลา งานวิจัยจำนวนมากแสดงให้เห็นว่าเมื่อผู้หญิง 100 คนเลือกใช้วิธีการนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ท้องแต่มี 23 คนลงเอยด้วยการตั้งครรภ์ภายใน 1 ปีแม้แต่กรณีที่หลั่งข้างนอกอย่างสมบูรณ์แบบทุกครั้งผู้หญิง 106 คนจาก 100 คนก็จะตั้งครรภ์ดังนั้นโอกาสที่จะตั้งครรภ์จึงมีไม่น้อยเลย ยังมีงานวิจัยอีกมากมายที่ยืนยันว่าผู้คนจำนวนมากตั้งครรภ์จากการใช้วิธีหลั่งข้างนอก ในงานวิจัยกับผู้หญิง 1910 คนคนที่ตุรกีพบว่า 38% ของผู้หญิงที่ใช้วิธีหลังข้างนอกตั้งครรภ์โดยไม่คาดคิดอย่างน้อย 1 ครั้งในการศึกษาของสมาคมวางแผนครอบครัวประชากร 34% ระบุว่าพวกเขาหรือพ่อแม่พวกเขาตั้งครรภ์เพราะใช้วิธีการนี้ ในทำนองเดียวกันผู้หญิงสามารถท้องได้แม้ผู้ชายจะไม่ได้สอดใส่อวัยวะเพศทั้งหมดเข้าไปในช่องคลอดถ้าเค้าสอดใส่เข้าไปครึ่งทางแล้วหลังน้ำอสุจิออกมาก็อาจจะมีอสุจิจำนวนมหาศาลอยู่ในตัวเธอแล้วซึ่งพวกมันก็ยังคงลองเสี่ยงโชคไหว้ไปหาไข่ได้แม้แต่ในกรณีที่หยุดน้ำอสุจิอยู่นอกช่องคลอดอสุจิก็มีโอกาสเล็ดลอดเข้าไปข้างในและวายไปหาใครได้เหมือนกันขอแค่อสุจิเพียงตัวเดียวเท่านั้น ขอบคุณบทความจาก: คุณหมอฮะ! ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย ขอบคุณภาพจาก: www. nextsteptv. com


เชื่อหรือไม่? ดื่มน้ำเร็วอาจตายได้!!

Posted On Mar 7 2016 by
n20120306124636_5362

แม้น้ำเป็นสิ่งที่ร่างกายขาดไม่ได้ เพราะร่างกายของเราประกอบด้วยน้ำถึงร้อยละ 70แต่การดื่มน้ำมากๆในเวลาอันรวดเร็วกลับส่งผลเสียต่อร่ายกายอย่างที่เราอาจขาดไม่ถึง ปกติหากเราดื่มน้ำเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายเรา ก็จะรู้สึกอิ่มโดยอัตโนมัต แต่หากฝืนดื่มต่อไปอาจจะทำให้เกิดภาวะน้ำเป็นพิษได้ เนื่องจากความเข้มข้นของเลือดถูกเจือจางด้วยน้ำ ก่อให้เกิดอาการตะคริว กล้ามเนื้อเกร็งและหากอาการกล้ามเนื้อเกร็งเหล่านี้เกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อสมองกรือกล้ามเนื้อหัวใจ อาจจะทำให้ถึงแกชีวิตได้ แต่ไม่ต้องกลัวการดื่มน้ำนะ เพราะถึงแม้เราจะดื่มน้ำมากๆ แต่หากดื่มช้าๆ ก็จะไม่ส่งผงเสียต่าร่างกายแต่อย่างใด เนื่องจากร่างกายของเราสามารถขับน้ำออกมาได้เองทางการปัสสาวะ เราจึงควรดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว จึงจะเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย แต่ข้อเท็จจริงนี้ก็ไม่สามารถใช้ได้กับทุกคนเพราะร่างกายของแต่ละคนนั้นนั้นมีความต้องการไม่เท่ากันแล้วเราจะรู้ได้อย่างไรควรดื่มน้ำเท่าไรถึงจะเพียงพอ องค์การอนามัยโลกได้กำหนดสูตรคำนวนปริมาณน้ำที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวของแต่ละคนในหนึ่งวัน ดังนี้ – นำน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม x 2.2 x 30 แล้วหารด้วย 2 หน่วยที่ได้จะเป็น มิลลิลิตร โดย 1000 มิลลิลิตรจะเท่ากับน้ำ1ลิตร คิดง่ายๆ น้ำ1ลิตรเท่ากับ 5 แก้ว ดังนั้น ถ้าน้ำหนัก 50 กิโลกรัม จะได้ผลลัพธ์เป็น 1,650 มิลลิลิตร หรือควรดื่มน้ำวันละ 8 แก้วนั้นเอง รู้อย่างนี้แล้วก็อย่ากินน้ำมากเกินไปหรือน้อยเกินไปกันนะจ้า ขอบคุณบทความจาก: คุณหมอฮะ! ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย ขอบคุณภาพจาก: pr.prd. go.th


ไขข้อสงสัยที่ว่า “ถ้าโกนขนจะงอนขึ้นมาใหม่เร็วขึ้น เข้มขึ้น หนาขึ้น” จริงหรือ?

Posted On Mar 4 2016 by
11

ถ้าคุณเป็นคนที่มีขนขึ้นเหนือริมฝีปากเยอะเกินไปสักหน่อยบางทีคุณอาจชอบคิดอยู่บ่อยๆว่าถ้าคุณโกนขนนั้นทิ้งไปซะมันจะขึ้นกว่าเดิมแน่ส่วนคุณผู้ชายยังอาย แม่ของคุณตั้งแต่แรกว่าถ้าคุณโกนขนนั้นที่งอกขึ้นมาใหม่จะแย่กว่าเดิมเสียอีกและแม้แต่ในเว็บไซต์ที่ให้ความรู้ด้านสุขภาพก็ยังระบุว่าการโกนขนทำให้คนที่งอกใหม่มีสีเข้มขึ้นและหนาขึ้นส่วนคนที่เคยโกนบ้างส่วนของร่างกายมาแล้วก็คงจะประจักษ์ด้วยตาตัวเองแล้วว่าแข็งๆดูเหมือนจะกระตือรือร้นอยากออกมาดูโลกรวดเร็วเพียงใด แท้จริงหาเป็นเช่นนั้นไม่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าคนที่คุณโกนทิ้งไปจะไม่งอกขึ้นมาใหม่เข้มขึ้นหรือหนาขึ้นกว่าเดิมย้อนกลับไปเมื่อปี 1928 การทดลองทางการแพทย์ครั้งหนึ่งแสดงให้เห็นว่าการโกนขนไม่มีผลต่ออัตราการเจริญเติบโตของคนที่ขึ้นมาใหม่กล่าวคือเมื่อบรรดานักวิจัยได้ทดลองโกนขนของผู้ร่วมเข้าทดลองกลุ่มหนึ่งทิ้งไปแบบไม่ได้โกนคนอีกกลุ่มหนึ่งสิ่งที่พบคือพวกเขาก็ไปเหตุว่าโกนจะก็ขึ้นมาปล่อยเร็วกว่ากันแต่อย่างใดซึ่งการวิจัยยุคหลังก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน กุญแจสำคัญของการทำให้เข้าใจความเชื่อผิดๆนี้คือการรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ตอนที่ขนถูกปลดออก ไปทั้งนี้การโกนคือการกำจัดขนที่ตายแล้วไม่ใช่ส่วนที่ยังเจริญเติบโตได้ใต้ผิวหนังเมื่อไม่ได้ไปยุ่งกับขนส่วนที่มีหน้าที่เจริญเติมโต การโกนขนจึงไม่น่าทำให้ความเร็วของการเจริญเติบโตหรือรูปร่างหน้าตาของขนเปลี่ยนแปลงไปในทางตรงกันข้าม การแว็กซ์ขนและการกำจัดขนโดยวิธีอื่นๆที่ดึงขนออกมาจากใต้ผิวหนังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความเร็วของคนที่มอบขึ้นมาใหม่ได้อันที่จริงแล้ววิธีการ กำจัดขนที่ไม่ใช่การโกนอาจเล่นให้ขนงอกเร็วขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำถ้าอยากนั้นแล้วทำไมความเชื่อผิดๆดียังคงปรากฏอยู่ จวบจนปัจจุบันล่ะ ถ้าจะต้องโทษก็คงต้องโทษภาพลวงตานั่นแหละเพราะตอนที่คุณใช้มีดโกนตัดคนออกไปนั้นจะเหลือเพียงแต่ตายคนแข็งแข็งและนอกเหนือขนที่ถูกคนเหล่านั้นไม่ได้ดูเล็กเรียวเหมือนขนที่ไม่ได้ถูกโกน ดังนั้นคนที่เพิ่งงอกกลับขึ้นมาซึ่งดูเหมือนจะขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งส่วนปลายที่คมเนื่องจากรอยตัดก็อาจทำให้รู้สึกสากมากขึ้นด้วยนอกจากนี้ขน ที่งอกขึ้นมาใหม่ใหม่ยังไม่มีโอกาสได้รับแสงอาทิตย์หรือสารเคมีซึ่งจะทำให้มันมีสีจางลงดังนั้นช่วงแรกๆมันจึงมีสีเข้มกว่าที่มีอยู่เดิมอย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไปคนที่งอกขึ้นใหม่ก็จะมีสีจางลงเช่นเดียวกันกับขนเส้นอื่นๆ ลองคิดดูสิว่าถ้าความเชื่อนี้เป็นจริงโลกใบนี้คงไม่เหลือคนหัวล้านแล้วแหละ ขอบคุณบทความจาก: คุณหมอฮะ! ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย ขอบคุณภาพจาก: www. pstip. com